มารยาทในการใช้ลิฟท์
- กดปุ่มเรียกลิฟท์ (ลูกศรขึ้น/ลง, CALL) เพียงครั้งเดียว แล้วยืนเบี่ยงตัวรอ เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่ออกมาจากลิฟท์สามารถเดินออกมาได้สะดวก
- ยืนเรียงลำดับก่อนหลัง ถ้าลิฟท์เต็มกรุณากดรอลิฟท์เที่ยวต่อไป
- เมื่อเข้าไปในลิฟท์แล้ว ให้กดชั้นที่ต้องการไปแล้วเดินชิดด้านในทันที ถ้าหากท่านเป็นคนแรกที่เข้าไปในลิฟท์ ให้ยืนชิดฝั่งเดียวกับแผงปุ่มกด เพื่อกดเปิดประตูหรือกดหมายเลขชั้นให้ผู้อื่นได้
- อย่ายืนขวางทางผู้อื่นหรือบังประตู
- ถ้าท่านเป็นคนสุดท้ายที่ทำให้เสียงน้ำหนักเกินดังขึ้น ท่านต้องถอยออกมาจากลิฟท์ทันที บางครั้งอาจจำเป็นต้องออกไป 2-3 คนก็มี
- งดใช้เสียงดังในลิฟท์
- ขึ้น/ลงชั้นเดียว กรุณาอย่าใช้ลิฟท์โดยพร่ำเพรื่อ
- อย่าปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีใช้โดยลำพังปราศจากผู้ใหญ่
- อย่ากดปุ่มหมายเลขอื่นที่ท่านไม่ได้ไป หรือปุ่มเตือนต่างๆโดยไม่จำเป็น
- ไม่กระโดดหรือกระแทกภายในลิฟท์
- โปรดเอื้อเฟื้อแก่คนชรา เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้พิการ
ลิฟท์ประเภทใดเหมาะกับท่าน
เนื่องจากความจำเป็นในการติดตั้งลิฟท์ของแต่ละสถานที่แตกต่างกันตามหน้าที่ ประโยชน์ใช้สอย รูปลักษณ์ ราคา ค่าใช้จ่ายต่างๆ และการบริการ การเลือกซื้อลิฟท์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังจากติดตั้งไปแล้ว เพราะตัวสินค้าไม่ใช่ของราคาถูก หรือถอดออกได้โดยง่าย และมันจะต้องอยู่กับสถานที่ของท่านไปอีกนานนับ 20 ปี จึงควรพยายามทำความเข้าใจคุณลักษณะลิฟท์และการใช้งานของท่านให้ดี อย่าอิงตามแบรนด์ ภาพลักษณ์ แฟชั่น จนทำให้ท่านลืมที่จะพิจารณาถึงส่วนอื่นๆ ทางที่ดีควรปรึกษาบริษัทลิฟท์เพื่อวางแผนงานได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
ลิฟท์โดยสารแบบขับเคลื่อนด้วย traction machine
เหมาะสำหรับอาคารทั่วไปตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปจนถึงอาคารสูง เน้นความปลอดภัย รวดเร็ว มีทั้งประตูอัตโนมัติและเปิดด้วยมือ จำเป็นต้องมีบ่อลิฟท์และระยะ overhead ในชั้นบนสุด
ถ้าเป็นแบบ gearless traction machine เหมาะสำหรับอาคารที่ติดปัญหาเรื่องความสูง อัตราการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าเครื่องมีเกียร์ แต่อายุการใช้งานสั้นกว่า เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กถาวร ไม่สามารถซ่อมแซมได้เมื่อเกิดการเสียหายหรือเสื่อมสภาพ รวมถึงใช้ปริมาณสลิงมากกว่าปกติ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างสม่ำเสมอ
แพลทฟอร์มลิฟท์หรือลิฟท์สกรูหรือลิฟท์สายพาน
เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยหรือสถานที่สาธารณะตั้งแต่ 2-4 ชั้น เน้นความปลอดภัย ช้า ราคาค่อนข้างสูง ไม่จำเป็นต้องมีบ่อลิฟท์ และ overhead มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนักบรรทุก ไม่เหมาะกับผู้โดยสารจำนวนมากๆและเร่งด่วน
ลิฟท์ระบบลม Pneumatic
ใช้ปั๊มลมในการอัดตัวลิฟท์วิ่งขึ้นลง เหมาะกับชั้นไม่สูงมาก มีเสียงปั๊มลม และขาดความเสถียรเมื่อเกิดรอยรั่ว ไม่สามารถออกแบบตัวลิฟท์ได้หลากหลาย
ลิฟท์ไฮดรอลิก
ปัจจุบันมีราคาย่อมเยาจนเป็นที่นิยมนำมาใช้ในบ้าน ความเร็วช้าที่สุดในบรรดาลิฟท์ทุกประเภท ต้องระมัดระวังเรื่องความเสถียร น้ำมันรั่ว เสียงดัง และความสะเทือน เหมาะสำหรับ 2 ชั้น และงานอุตสาหกรรมที่ใช้งานไม่จัด
ลิฟท์ส่งสินค้า
แบบขับเคลื่อนด้วย traction machine เหมาะสำหรับขนส่งสินค้าพร้อมทั้งผู้ใช้ รวดเร็วปลอดภัย นิ่มนวล ใช้ได้ในอาคารสูง สามารถใช้ได้ทั้งประตูอัตโนมัติและเปิดด้วยมือ ราคาค่อนข้างสูง
แบบขับเคลื่อนด้วยรอกไฟฟ้า เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความประหยัด ทนทาน ค่าบำรุงรักษาต่ำ ไม่เร่งรีบ ไม่เหมาะกับผู้ใช้ขึ้นไปกับลิฟท์ สามารถติดตั้งในสถานที่จำกัด
แบบขับเคลื่อนด้วยไฮดรอลิก เหมาะสำหรับอาคาร 2 ชั้นหรือลงชั้นใต้ดิน บ่อลิฟท์ตื้น ไม่ต้องมีระยะ overhead รับน้ำหนักได้มหาศาล สำหรับงานไม่เร่งรีบ จำกัดความสูง สถานที่สามารถเลอะน้ำมัน ต้องหมั่นดูแลระบบอย่างสม่ำเสมอ
ลิฟท์บันได stairlift
เหมาะสำหรับใช้ในบ้านไม่เกิน 2 ชั้น และไม่มีที่พอสำหรับติดตั้งลิฟท์ได้ ขึ้นลงได้เพียงคนเดียว ช้า กินเนื้อที่ของบันได ไม่สามารถติดตั้งในบันไดที่ชันหรือแคบมากๆ ไม่สามารถบรรทุกของได้
ลิฟท์ยกรถยนต์
เหมาะสำหรับอาคารที่ไม่สามารถสร้างทางวิ่งขึ้นลงไปจอดรถในชั้นต่างๆ โดยให้ขับเข้าลิฟท์แล้วหาที่จอดเอง หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับพื้นที่ มีตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ถ้าระยะ overhead ต่ำ ควรใช้ระบบไฮดรอลิก แต่ความสูงไม่มาก ถ้าความสูงมากและหลายชั้นจอด ควรใช้ระบบ traction machine
ข้อคำนึงในการเลือกซื้อลิฟท์
- ประเมินความต้องการของท่านว่าต้องการลิฟท์ประเภทใด ขนาด สถานที่ ความเหมาะสม แล้วจึงค้นหาบริษัทที่สามารถตอบสนองความต้องการของท่านได้
- ตรวจสอบชื่อเสียง ธรรมาภิบาล ผลงาน ความรับผิดชอบ และประวัติของบริษัทในการให้บริการ
- ราคาขาย ค่าบริการ ราคาอะไหล่ในระยะยาว
- ควรเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ ปรึกษาบริษัทลิฟท์ตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อเตรียมหน้างานอย่างถูกต้อง และตรงตามความต้องการ
- เตรียมเรื่องใบอนุญาต กฎหมาย ตลอดจนการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องก่อนการสั่งซื้อลิฟท์
- ถ้าเป็นไปได้ กรุณาสนับสนุนคนไทยด้วยกัน เพื่อจะได้มีโอกาสพัฒนาให้ทัดเทียมกับต่างชาติ
ข้อคิดที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิด
- ลิฟท์ปัจจุบันไม่ต้องมีบ่อลิฟท์
ไม่จริงเสมอไป มีเพียงลิฟท์ขนาดเล็ก เช่น ลิฟท์สกรู ลิฟท์สายพาน ที่ไม่จำเป็นต้องมีบ่อลิฟท์ลึกลงไปจากชั้น 1 แต่ลิฟท์ประเภทอื่นยังคงมีความจำเป็นต้องมีบ่อลิฟท์ เพื่อเพิ่มระยะติดตั้งชุดกันกระแทก ระยะวิ่งเลยชั้น หรือติดตั้งอุปกรณ์บางอย่าง อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงโครงสร้างอาคาร และฐานราก ให้เหมาะสมกับลิฟท์แต่ละประเภทกับน้ำหนักบรรทุก เพื่อป้องกันความเสียหายในภายหลัง
- ค่าไฟฟ้าสำหรับลิฟท์แพงมาก! วิ่งเที่ยวละ 5-20 บาท?
ความจริงลิฟท์โดยสารทั่วไปค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวต่ำมาก เพียง 10-50 สตางค์โดยเฉลี่ย ขึ้นอยู่กับระดับขั้นของอัตราการคิดค่าไฟของแต่ละสถานที่
- ลิฟท์สกรูคือลิฟท์ระบบใหม่ล่าสุด
ความจริง ลิฟท์ระบบนี้คิดค้นขึ้นมาเมื่อช่วงปี 1970s เพื่อลดปัญหาอาคารหลายแห่งในยุโรปไม่มีที่พอที่จะทำบ่อลิฟท์ได้ ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ยังคงเป็นหลักการเดิมอยู่
- ลิฟท์แบบไม่มีห้องเครื่องคือลิฟท์ทันสมัยสุด
ความจริง ลิฟท์แบบนี้มีมานานมากไม่ต่ำกว่า 50 ปี เพียงแต่เครื่องลิฟท์แบบไร้เกียร์ (gearless traction machines) คิดค้นมาเมื่อช่วงปี 1980s เพื่อลดพื้นที่ด้านบนล
งให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้นกว่าเครื่องลิฟท์แบบมีเกียร์ แต่ประเทศไทยเพิ่งมานิยมกันในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลด้านทนทุนและสถานที่เป็นหลัก
- ทำไมดูในคลิปมีเหตุการณ์ที่ประตูลิฟท์เปิดออกเอง แล้วไม่มีลิฟท์จอดอยู่
เพราะเป็นเพียงเทคนิคการตัดต่อทำขึ้นมา เนื่องจากลิฟท์โดยสารจะมีชุดเปิดปิดประตูติดตั้งอยู่กับตัวลิฟท์เท่านั้น ถ้าลิฟท์ไม่จอดตรงชั้นนั้นๆ ประตูชานพักชั้นนั้นไม่มีทางจะเปิดออกเองได้
- เมื่อลิฟท์ค้างแล้วจะขาดอากาศหายใจ!
ไม่มีทาง เพราะลิฟท์ทุกตัวไม่สามารถทำให้เป็นแบบปิดสนิทได้ ถึงแม้จะไม่มีไฟฟ้า ก็ยังมีช่องทางให้อากาศลอดผ่านเข้าออกได้ตลอดเวลา
- เวลาลิฟท์ตกให้กดปุ่มทุกปุ่มหรือทุบไปที่หน้าปัดแรงๆ
ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่จะทำให้เสียหายมากขึ้น ถ้าหากเกิดขึ้นจริง จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ตกถึงพื้น จึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาลิฟท์ให้เต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ
